๏ เมื่อนั้น
โฉมระเด่นลันไดใจหาญ
ครั้นพลบค่ำเข็ญบันไดไว้นอกชาน
ยกเชิงกรานสุมไฟใส่ฟืนตอง
แล้วเอนองค์ลงเหนือเสื่อกระจูด
นอนนิ่งกลิ้งทูดอยู่ในห้อง
เสนาะเสียงสำเนียงพิราบร้อง
ครางกระหึมครึมก้องบนกบทู
แว่วแว่วเค้าแมวในกลีบเมฆ
ดูวิเวกลงหลังคาเที่ยวหาหนู
พระเผยบัญชรแลชะแง้ดู
ดาวเดือนรุบรู่ไม่เห็นตัว
พระพายชายพัดอุตพิด
พระทรงฤทธิ์เต็มกลั้นจนสั่นหัว
หอมชื่นดอกอัญชันที่คันรั้ว
ฟุ้งตรลบอบทั่วทั้งวังใน
๏ หวนรำลึกนึกถึงนางประแดะ
ที่นัดแนะแต่เย็นเป็นไฉน
ดึกแล้วแก้วตาเห็นช้าไป
จะร้องไห้รำพึงถึงพี่ชาย
จำจะไปให้ทันดังสัญญา
ได้ย่องเบาเข้าหานางโฉมฉาย
จึงอาบน้ำทาแป้งแต่งกาย
สวมประคำดีควายสำหรับตัว
แหงนดูฤกษ์บนฝนพยับ
เดือนดับลับเมฆขมุกขมัว
ลงบันไดเดินออกมานอกรั้ว
โพกหัวกลัวอิฐคิดระอา
หลายครั้งตั้งแต่มันทิ้งกู
พระโฉมตรูเหลือบซ้ายแลขวา
แล้วผาดแผลงสำแดงเดชา
เดินมาตามตรอกซอกกำแพง
๏ ประเดี๋ยวหนึ่งก็ถึงคอกโคขัง
จะเข้าได้ดอกกระมังยังไม่แจ้ง
เห็นกองไฟใส่สุมอยู่แดงแดง
แอบแฝงฟังอยู่ดูท่าทาง
เห็นทีท้าวประดู่ผู้ผัว
จะนอนเฝ้าวัวอยู่ข้างล่าง
แต่โฉมศรีนิฤมลอยู่บนปรางค์
กูจะขึ้นหานางทางล่องแมว
จึงกลึ้งครกที่ใต้ถุนเข้าหนุนตีน
พระโฉมฉายป่ายปีนอยู่แด่วแด่ว
อกใจไม้ครูดขูดเป็นแนว
จะเห็นรักบ้างแล้วฤาแก้วตา
พระประหวั่นพรั่นตัวกลัวจะตก
ทำหนูกกเจาะเจาะเคาะข้างฝา
ไฉนไม่คอยกันดังสัญญา
อนิจจานอนได้ไม่คอยรับ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่สุริย์วงศ์โก้งโค้งหลับ
พอปราสาทสะเทือนไหวตกใจวับ
ลุกขยับนิ่งฟังนั่งหลับตา
คิดว่ามเหสีที่ถูกถอง
แสบท้องหายโกรธเข้ามาหา
ให้นึกสมเพชเวทนา
สู้ทนทานด้านหน้ามาง้องอน
จะขับหนีตีไลไม่ไปจาก
อีร่วมเรือนเพื่อนยากมาแต่ก่อน
แล้วคลี่ผ้าคลุมหัวล้มตัวนอน
พระภูธรทำเฉยเลยหลับไป
๏ เมื่อนั้น
ลันไดล้วงสลักชักกลอนได้
เปิดประตูเยื้องย่องเข้าห้องใน
เข้านั่งใกล้ในจิตคิดว่านาง
สมพาสยักษ์หลับขึ้นทับบน
ท้าวประดู่เต็มทนอยู่ข้างล่าง
พระสรวมสอดกอดไว้มิได้วาง
ช้อนคางพลางจูบแล้วลูบคลำ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ผุดลุกขึ้นปลุกปล้ำ
ตกใจเต็มทีว่าผีอำ
ต่างคนต่างคลำกันวุ่นไป
เอ๊ะจริตผิดแล้วมิใช่ผี
จะว่าพระมเหสีก็มิใช่
ขนอกรกนักทักว่าใคร
ตกใจฉวยตระบองร้องว่าคน
ลันไดโดดโผนโดนประตู
ท้าวประดู่ร้องโวยขโมยปล้น
ตะโกนเรียกเสนาสามนต์
มันไม่มีสักคนก็จนใจ
ระเด่นโดดโลดออกมานอกรั้ว
ผิดตัวแล้วกูอยู่ไม่ได้
ก็ผลาดแผลงสำแดงฤทธิไกร
วิ่งไปตามกำลังไม่รั้งรอ